ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการป้องกัน ลมเข้ากระเพาะผู้ป่วย ขณะให้อาหารสายยาง !  (อ่าน 188 ครั้ง)

siritidaphon

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 401
    • ดูรายละเอียด
วิธีการป้องกัน ลมเข้ากระเพาะผู้ป่วย ขณะให้อาหารสายยาง !

การป้องกัน "ลมเข้ากระเพาะ" (Aerophagia) ระหว่างการให้อาหารทางสายยางเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างมากครับ เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ป่วยแน่นท้อง ท้องอืด และกระสับกระส่ายแล้ว ลมที่สะสมมากเกินไปอาจดันให้อาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาจนเกิดการสำลักได้

เทคนิค "Zero-Air" เพื่อความสบายตัวของผู้ป่วยแบบมืออาชีพครับ

1. การไล่อากาศออกจากอุปกรณ์ (Priming)

หัวใจสำคัญคือการทำให้ระบบการให้อาหารเป็น "สุญญากาศ" มากที่สุด:

ไซริงค์ (Syringe): เมื่อดูดอาหารเข้าไซริงค์แล้ว ให้หงายปลายไซริงค์ขึ้น เคาะเบาๆ ให้ฟองอากาศลอยไปที่จุก แล้วดันลูกสูบไล่อากาศออกจนเห็นหยดอาหารที่ปลายจุกก่อนนำไปต่อกับสายยาง

สายต่อ (Feeding Set): หากใช้ถุงให้อาหาร ต้องปล่อยให้อาหารไหลผ่านสายต่อจนถึงปลายสาย (Prime line) เพื่อไล่อากาศที่ค้างอยู่ในสายออกให้หมดก่อนต่อเข้ากับตัวผู้ป่วย


2. เทคนิค "พับสาย" (The Kinking Technique)

จังหวะที่ลมเข้าได้ง่ายที่สุดคือตอนที่เรา "เปลี่ยน" หรือ "ถอด" ไซริงค์ครับ:

พับสายยางทุกครั้ง: ก่อนจะเปิดจุกสายยาง หรือก่อนจะถอดไซริงค์ที่หมดแล้วออก ให้ใช้ปลายนิ้ว "พับสายยางให้แน่น" เพื่อปิดกั้นไม่ให้อากาศภายนอกถูกดูดเข้าไปในกระเพาะตามแรงดันลบของร่างกาย

ห้ามปล่อยให้ไซริงค์ว่าง: อย่ารอให้อาหารไหลจนเกลี้ยงไซริงค์แล้วค่อยถอด แต่ควรให้เหลืออาหารค้างที่ปลายไซริงค์เล็กน้อย (ประมาณ 2-5 ซีซี) แล้วพับสายยางก่อนจะต่อไซริงค์ถัดไป


3. การควบคุมความสูงและความเร็ว

ความสูงที่พอเหมาะ: ยกไซริงค์ให้อยู่เหนือระดับท้องผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต (30 ซม.) การยกสูงเกินไปจะทำให้แรงดันน้ำสูงและพาลมที่อาจแฝงอยู่ลงกระเพาะได้เร็วขึ้น

ปล่อยให้ไหลตามแรงโน้มถ่วง: พยายามอย่าใช้ลูกสูบ "ดัน" อาหาร (ยกเว้นกรณีสายเริ่มตัน) การปล่อยให้อาหารค่อยๆ ไหลลงไปเองจะช่วยลดการกักเก็บอากาศได้ดีกว่า


4. การระบายลมก่อนเริ่ม (Gastric Decompression)

หากผู้ป่วยดูท้องตึงหรือเรอบ่อย:

ระบายลมออกก่อน: ก่อนเริ่มให้อาหารมื้อใหม่ ให้ต่อไซริงค์เปล่า (ที่ถอดลูกสูบออกแล้ว) เข้ากับสายยางแล้วยกขึ้นสูง ลมในกระเพาะที่ค้างอยู่จะลอยย้อนขึ้นมาตามสายยาง ช่วยให้ท้องผู้ป่วยว่างและพร้อมรับอาหารมื้อใหม่ครับ